Swab Test คืออะไร ทำไมต้องตรวจ 10 ตัวอย่างก่อนขอป้าย SAN Plus
ชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร ภาชนะ และมือ รู้ผลใน 24–48 ชั่วโมง
เผยแพร่
ทำไม SAN Plus ถึงบังคับให้ตรวจการปนเปื้อน
การตรวจการปนเปื้อนเป็นองค์ประกอบที่ 2 ของเกณฑ์ SAN Plus ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจาก SAN ระดับพื้นฐานที่ไม่ได้บังคับข้อนี้ ร้านที่จะขอระดับ Plus ต้องสุ่มตรวจรวม 10 ตัวอย่าง แบ่งเป็นอาหารปรุงสำเร็จ 5 ตัวอย่าง ภาชนะอุปกรณ์ 3 ตัวอย่าง และมือผู้สัมผัสอาหารอีก 2 ตัวอย่าง โดยเกณฑ์ผ่านคือต้องไม่พบการปนเปื้อนอย่างน้อย 90% หรือพูดง่ายๆ ว่าพบเชื้อได้ไม่เกิน 1 ใน 10 ตัวอย่าง (ดูเกณฑ์ SAN Plus ทั้งหมด)
สิ่งที่ชุดนี้ตรวจคือ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย ซึ่งไม่ใช่เชื้อก่อโรคโดยตรง แต่เป็นตัวชี้วัดความสะอาด การพบโคลิฟอร์มแปลว่ามีการปนเปื้อนจากสุขอนามัยที่ไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว เช่น ล้างภาชนะไม่สะอาดพอ หรือผู้ปรุงล้างมือไม่ถูกวิธี ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับที่เชื้อก่อโรคจริงจะเข้าสู่อาหารได้ การตรวจล่วงหน้าจึงช่วยให้เห็นจุดที่ต้องแก้ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาตรวจจริง
Swab Test คืออะไร
- ผลิตโดย
- สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- ชื่อเรียก
- ของอย่างเดียวกันแต่มีหลายชื่อ — SI-2 คือชื่อน้ำยา, อ.13 คือรหัสแบบฟอร์มทางการ, Swab Test คือชื่อที่ผู้ขายส่วนใหญ่ใช้
- ใช้ตรวจวัด
- โคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร ภาชนะที่สัมผัสอาหาร และมือผู้สัมผัสอาหาร
- เกณฑ์มาตรฐาน
- ไม่พบการปนเปื้อนอย่างน้อย 90% ของตัวอย่างทั้งหมด
- ระยะเวลาบ่ม
- 24–48 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 25–40°C
- เกณฑ์อ่านผล
- เทียบกับแผ่นเทียบสีที่แนบมาในชุด แบ่งเป็น 3 ระดับ — ผลลบ น้ำยาเป็นสีม่วงใสไม่เปลี่ยนแปลง, ผลบวก (+) ม่วงปนเหลือง ขุ่น มีฟองแก๊สเมื่อเขย่าเบาๆ, ผลบวก (++) เหลืองเต็มที่ ขุ่น มีฟองแก๊ส
- อายุการเก็บ
- เก็บในตู้เย็นประมาณ 6 เดือน หรือเก็บในกล่องบรรจุที่อุณหภูมิห้องประมาณ 2 เดือน นับจากวันผลิต
คนละหน่วยงานกับชุดทดสอบไอโอดีน (I-Kit) ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยมหิดล
เวลาค้นหาหรือสอบถามราคา ลองใช้ทั้งสามชื่อ เพราะแต่ละร้านเรียกไม่เหมือนกัน
ตามเกณฑ์ SAN Plus คือพบเชื้อได้ไม่เกิน 1 ตัวอย่าง จาก 10 ตัวอย่างที่สุ่มตรวจ
ตามคู่มือการใช้อาหารตรวจเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (SI Medium อ.13) ของกรมอนามัย
ทั้งผลบวก (+) และ (++) ถือว่าพบการปนเปื้อน ต่างกันที่ปริมาณเชื้อที่ตรวจพบ
สั้นกว่าชุด I-Kit มาก (18–24 เดือน) ควรสั่งเป็นรอบถี่ขึ้นและไม่ควรสต็อกไว้นาน
ใช้งานอย่างไร
ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดก่อนเริ่ม
เช็ดมือและอุปกรณ์ด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เพื่อไม่ให้เชื้อจากภายนอกปนเข้าตัวอย่าง
ขั้นตอนที่ 2: เก็บตัวอย่าง
อาหารแข็งตัดชิ้นเล็กประมาณ 1 กรัม อาหารเหลวตักประมาณ 1 มิลลิลิตร ส่วนภาชนะและมือใช้ไม้ swab ป้ายบนพื้นผิว
ขั้นตอนที่ 3: ใส่ขวดน้ำยาแล้วตั้งทิ้งไว้
ใส่ตัวอย่างลงในขวดน้ำยา ปิดฝาให้สนิท แล้วตั้งไว้ที่อุณหภูมิ 25–40°C เป็นเวลา 24–48 ชั่วโมง
ขั้นตอนที่ 4: อ่านผล
ถ้าน้ำยาเปลี่ยนสีแปลว่าพบเชื้อ (ไม่ผ่าน) ถ้าไม่เปลี่ยนสีแปลว่าไม่พบเชื้อ (ผ่าน)
ห้ามหยอดอาหารรสเปรี้ยวลงขวดโดยตรง เช่น ยำ แกงส้ม หรืออาหารที่มีมะเขือเทศ เพราะความเป็นกรดรบกวนปฏิกิริยาการเปลี่ยนสี ทำให้อ่านผลผิดพลาด เมนูกลุ่มนี้ตรวจได้ แต่ต้องปรับสภาพตัวอย่างก่อน — ดูวิธีในคำถามที่พบบ่อยด้านล่าง
ผลจากชุดทดสอบนี้ใช้สำหรับคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น หากพบข้อบ่งชี้ว่าอาจมีเชื้อ ควรส่งตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการ
ตัวเลขที่ควรรู้ก่อนสั่ง
10
จำนวนตัวอย่างที่ต้องตรวจตามเกณฑ์ SAN Plus
24–48
ชั่วโมงที่ต้องรอผล
90%
เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ คือสัดส่วนตัวอย่างที่ต้องไม่พบเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องตรวจกี่ตัวอย่าง?
เกณฑ์ SAN Plus กำหนดไว้ 10 ตัวอย่าง คืออาหารปรุงสำเร็จ 5 ภาชนะอุปกรณ์ 3 และมือผู้สัมผัสอาหาร 2 แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ซื้อเผื่อไว้ เพราะควรตรวจเองเป็นระยะระหว่างปีด้วย ไม่ใช่ตรวจแค่ครั้งเดียวตอนขอป้าย
ทำไมแต่ละร้านเรียกชื่อไม่เหมือนกัน (SI-2, อ.13, Swab Test)?
เป็นของอย่างเดียวกัน SI-2 คือชื่อน้ำยา อ.13 คือรหัสแบบฟอร์มทางการ ส่วน Swab Test เป็นชื่อที่ผู้ขายนิยมใช้ เวลาเปรียบเทียบราคาให้ดูที่ตัวสินค้าและจำนวนตัวอย่างต่อกล่อง อย่าดูแค่ชื่อ
ตรวจอาหารรสเปรี้ยวอย่างยำหรือแกงส้มได้ไหม?
ได้ แต่ต้องปรับสภาพตัวอย่างก่อน ห้ามหยอดลงขวดตรงๆ ตามคู่มือทางการทำแบบนี้ (1) ตักอาหาร 1 ช้อนชา ใส่ถ้วยสะอาด (2) ผสมสารละลายสำหรับปรับสภาพกับอาหารให้เข้ากัน (3) ตักส่วนผสมนั้นประมาณ 1 กรัม ใส่ลงในขวดน้ำยา (4) สังเกตสีทันที ถ้าน้ำยาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทันทีแปลว่ากรดยังมากเกินไป ให้เติมสารละลายปรับสภาพเพิ่มไปเรื่อยๆ จนน้ำยากลับมาเป็นสีม่วงคงที่ (5) จากนั้นตั้งบ่ม 24–48 ชั่วโมง ที่ 25–40°C แล้วอ่านผลตามปกติ สารละลายปรับสภาพเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับชุดทดสอบ ไม่ใช่น้ำยาคนละชนิด แต่ชุดที่วางขายแต่ละแบบอาจมีอุปกรณ์ไม่เท่ากัน ควรสอบถามร้านก่อนว่าชุดที่ซื้อมีสารละลายปรับสภาพรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจวิธีปรับสภาพ ให้เลือกเก็บตัวอย่างจากเมนูอื่นแทน หรือปรึกษาผู้จำหน่ายก่อน อย่าเดาเอง
ขวดที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้ไหม?
ได้ แต่ต้องฆ่าเชื้อก่อน โดยเทน้ำยาที่ใช้แล้วทิ้งลงโถสุขภัณฑ์ ล้างขวดให้สะอาด แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดนาน 30 นาที เพื่อไม่ให้มีเชื้อจุลินทรีย์เหลือค้าง ถ้าไม่ได้ต้ม เชื้อที่ค้างอยู่จะทำให้ผลตรวจครั้งถัดไปผิดพลาด
ถ้าผลตรวจไม่ผ่านต้องทำยังไง?
ย้อนกลับไปดูจุดที่พบเชื้อว่าเป็นอาหาร ภาชนะ หรือมือ แล้วแก้ที่ต้นเหตุ เช่น ปรับวิธีล้างภาชนะ หรือทบทวนวิธีล้างมือของผู้ปรุง จากนั้นตรวจซ้ำจุดเดิมก่อนถึงวันที่เจ้าหน้าที่จะมาตรวจจริง
สนใจชุดตรวจความสะอาดภาชนะ/มือ (Swab)?
ยังไม่ได้ประกาศราคาหน้าเว็บ ทักมาสอบถามได้โดยตรง
แหล่งอ้างอิง
- คู่มือการใช้อาหารตรวจเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย SI Medium (อ.13) กรมอนามัย — https://asianmedic.com/wp-content/uploads/2020/05/โคลิฟอร์มแบคทีเรีย-SI-Medium-อ13_for-Website.pdf
- สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- เกณฑ์มาตรฐาน SAN / SAN Plus กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข — https://foodsan.anamai.moph.go.th/
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมิน ผลการตรวจจริงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่และสภาพจริงของสถานที่ในวันตรวจ